Make your own free website on Tripod.com
 

 

 

การบำรุงรักษาบุคลากร

 

  • 1. แนวคิดเกียวกับการบำรุงรักษาบุคลากร

ความสำคัญของการบำรุงรักษาบุคลากร

  • ในด้านสังคม

รัฐบาลเห็นความสำคัญในการบำรุงรักษาบุคลากร จึงส่งเสริมให้องค์กรจ่ายให้กับพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ และจะลดภาษีให้บางส่วนกับลูกจ้าง ขณะเดียวกันนายจ้างก็ได้ประโยชน์จากการเอาค่าใช้จ่ายไปคำนวณกำไรสุทธิประจำปี

  • ในด้านองค์กร

องค์กรได้ประโยชน์จากการจ่ายค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะจัดให้ในรูปแบบใด ๆ เพราะเป็นปัจจัยในการจูงใจให้คนเข้าทำงาน ทั้งนี้เพราะทุกแห่งต่างก็ได้ประโยชน์ตอบแทนทางอ้อมแก่พนักงานในรูปต่าง ๆ

  • ในด้านพนักงาน

พนักงานได้ประโยชน์จากองค์กรในรูปแบบค่าตอบแทนทางอ้อม คือ จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายต่ำเพราะเป็นวิธีจ่ายรวม เช่น การที่องค์กรจัดให้มีการประกันชีวิตพนักงานเป็นกลุ่มจะเสียค่าเบี้ยประกันชีวิตต่ำกว่าต่างคนต่างเอาประกัน

 

สาเหตุของการให้ประโยชน์และการบริการแก่บุคลากร

  • 1. เหตุผลจากภายในองค์กร
    • เพื่อมนุษยธรรม อันเนื่องจากพนักงานก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและองค์กร
    • เพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กรเอง
  • 2. เหตุผลจากภายนอกองค์กร
    • เศรษฐกิจ
    • รัฐบาล
    • สหภาพแรงงาน
    • คู่แข่งขัน
หลักการของการให้ประโยชน์และบริการแก่บุคลากร
  • ประโยชน์และบริการที่ให้แก่พนักงานต้องสนองความต้องการอย่างแท้จริง
  • ประโยชน์และบริการที่ให้ต้องตอบสนองความต้องการของคนทั้งหมดหรือคนส่วนใหญ่
  • การให้ประโยชน์และบริการแก่พนักงานควรมีขอบเขตกว้างขวางเท่าที่จะทำได้
  • การให้ประโยชน์และบริการแก่พนักงานควรมีแบบอย่างอันเดียวกันสำหรับทุกคน และให้มีความเสมอภาคกัน
  • การให้ประโยชน์และบริการแก่พนักงานควรยึดถือหลักความประหยัด
  • การให้ประโยชน์และบริการควรตั้งอยู่บนความสะดวก

 

  • 2. การให้ประโยชน์และบริการ

รูปแบบของการให้ประโยชน์และบริการแก่บุคคล

การให้บริการเป็นวิธีที่มีผลในทางส่งเสริมและบำรุงขวัญของพนักงาน ก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร ในปัจจุบันการให้บริการกระทำได้หลายรูปแบบพอสรุปได้ดังนี้

  • ความสะดวกทางด้านการรับประทานอาหาร
  • ความสะดวกทางด้านการขนส่ง
  • บริการทางด้านที่อยู่อาศัย
  • บริการทางด้านการศึกษา
  • บริการจัดซื้อ
  • บริการทางด้านรักษาพยาบาล
  • บริการให้คำปรึกษาแนะนำ
  • การผักผ่อนและกิจกรรมทางสังคม
  • บริการอื่น ๆ เพื่อวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม

 

ประเภทของประโยชน์และบริการที่แบ่งตามลักษณะ

ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรย่อมมีความหวังว่าเมื่อทำงานในองค์กรใดก็จะมีความมั่นคงในการทำงาน มีความเจริญก้าวหน้า มีความอยู่ดีกินดี และได้รับประโยชน์ตอบแทนพอควรแก่การดำเนินชีวิต การแบ่งตามลักษณะของประโยชน์และบริการที่ให้ แยกออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  • 1. การจ่ายให้สำหรับเวลาที่ไม่ต้องทำงาน
    • วันหยุดงานประจำปี
    • วันหยุดพักผ่อน
    • วันหยุดพิเศษ
    • วันลาพักงาน
  • 2. ประโยชน์ทางด้านสุขภาพและความมั่นคงในการทำงาน
    • ความมั่นคงทางสังคม
    • ความมั่นคงทางรายได้นั้น
    • ความมั่นคงในการรักษาพยาบาล
  • 3. ประโยชน์ที่ให้เมื่อออกจากงาน

ประโยชน์ตอบแทนที่ให้แก่พนักงานที่ออกจากงานนี้ หมายถึง ออกเมื่อเกษียณอายุ แม้ว่าทุกบริษัทจะไม่มีโครงการจ่ายบำนาญให้กับผู้ออกจากงาน แต่ก็มีหลายบริษัทจัดสรรเงินไว้จำนวนหนึ่งสำหรับจ่ายบำนาญหรือบำเหน็จ

 

  • 3. การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

ปัจจัยที่มากระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

สุขภาพและความปลอดภัยของคนในองค์กรย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติงาน การป้องกันอันตรายที่อาจเกิดแก่คนงานก็เท่ากับเป็นการป้องกันการเสียหายที่เกิดกับองค์กร การจะเกิดอันตรายขึ้นมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับหลาย ๆ อย่าง ปัจจัยที่สำคัญมีอยู่ 7 ประการคือ

  • ค่านิยมของคนในสังคม
  • สภาพทางเศรษฐกิจ
  • กฎหมายและกฎเกณฑ์ของรัฐบาล
  • ลักษณะของงาน
  • ทัศนคติของพนักงาน
  • ทัศนคติของฝ่ายบริหาร
  • สหภาพแรงงาน

 

อันตรายที่เกิดจากสภาพการทำงาน

ผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อยู่ในที่ทำงานอาจได้รับอันตรายทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจากสภาพการทำงาน สิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ ดังนี้

  • 1. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
    • อันตรายอันเกิดตากความร้อน
    • อันตรายอันเกิดจากเสียง
    • อันตรายอันเกิดจากแสงสว่าง
    • อันตรายอันเกิดจากความกดดันของบรรยากาศ
  • 2. สิ่งแวดล้อมทางเคมี
    • อันตรายอันเกิดจากอากาศเป็นพิษ
    • อันตรายอันเกิดจากปรอท
    • อันตรายอันเกิดจากฟอสฟอรัส
    • อันตรายอันเกิดจากแมงกานิส
  • 3. สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ

อันตรายสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ เชื่อโรคอาจติดต่อ 2 ทางคือ ติดต่อจากสัตว์และสิ่งของต่าง ๆ กับติดต่อจากสิ่งแวดล้อม

  • สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม

อันตรายที่เกิดจากความสัมพันธืระหว่างคนในสังคมและต่อสู้กับภาวะครองชีพเกิดเพราะคนโยกย้ายเข้ามาทำงานในมือง ทำให้มีการอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่น

 

สาเหตุของการเกิดอันตรายในการทำงาน

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายในการทำงานแบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุ คือ

  • 1. สภาพการณ์ไม่ปลอดภัย

หมายถึง สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานนั้น อันจะนำมาให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุในการทำงาน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

    • 1.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ แสงสว่าง ความสั่นสะเทือนเสียง ความกดอากาศ การทำงานของเครื่องจักร
    • 1.2 สิ่งแวดล้อมทางเคมี เป็นสภาพที่เกิดจากวัตถุที่มีปฏิกิริยาเคมี เช่น ฝุ่นขอลโลหะ แก๊ส ไอระเหย เขม่าควัน สารระเหย
    • 1.3 สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ เกิดจากสิ่งมีชีวิต อาจเป็นสัตว์หรือพืชก็ได้
  • 2. การกระทำไม่ปลอดภัย

หมายถึง สภาพที่เกิดจากการกระทำของคนอัจะนำไปสู่อุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายจากการกระทำนั้นด้วย แยกเป็น 3 ประเภทคือ

    • 2.1 พฤติกรรมของคน

เกิดจากทัศนะคติที่ไม่ถูกต้อง ความรู้เท่าไม่ถึงการ การขาดความรู้ความชำนาญในการทำงาน การไม่สนใจต่อคำเตือนและกฎแห่งความปลอดภัย การหยอกล้อเล่นกันในขณะทำงาน ทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างการไปกระทบกับเครื่องจักรหรือเครื่องมือ การแต่งการไม่เหมาะสม ฯลฯ

    • 2.2 สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อสภาวะร่างการและจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน หมายถึงสภาพที่คนสร้างขึ้นมาและกระทบต่อความสัมพันธ์และการดำเนินชีวิตของคน
    • 2.3 สภาพร่างกาย

หมายถึง การที่ผู้ปฏิบัติงานมีสภาพร่างกายไม่เหมาะสมกับงานที่ทำ กรณีมีโรคประจำตัว การมีอวัยวะพิการและความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาบางส่วน

 

 

 
Link เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

www.moe.go.th

www.tma.or.th

www.nrru.ac.th

www.songkhla.go.th

www.siamcement.com

www.ftpi.or.th

www.dit.aru.ac.th

www.industrial.se-ed.com

www.hrcenter.co.th

www.bangkokpost.net

 
 
|| หน้าหลัก || สาระความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล || การจัดหาบุคลากร || การจูงใจบุคลากร || การบริหารค่าตอบแทน || การพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรม || การบำรุงรักษาบุคลากร || Site Map || Web Board || Web Master ||